posted on 03 Aug 2009 22:04 by simetra-violet
การโต้เถียงกันเรื่องเจ้าของชื่ออะไรยังไม่ทันได้ข้อสรุปดี
ความจริงเกี่ยวกับ "เจ้าของ" เป็นหัวข้อ
มหกรรมตะลุมบอนกระจำวัน
จากหนึ่งเรื่อง ค่อย ๆ แตกประเด็นไปเรื่อย ๆ
ด้วยสติปัญญาแต่เพียงแกะ
สายตา หู จมูก แต่เพียงแกะ
เจ้าของจึงเป็นข้อมูลที่ค่อนข้างสับสน
"เจ้าของต้องมีคนเดียวแน่ ๆ เขาเป็นสิ่งที่วิเศษสุด
เพราะว่าสามารถดูแลฝูงของพวกเราได้
ดูร่างกายพวกเราสิ สมบูรณ์ขนาดนี้
ถ้าเจ้าของไม่ดีจริง ดูแลพวกเราไม่ได้ขนาดนี้หรอก"
เจ้าแกะตัวหนึ่งเอ่ยขึ้นด้วยแววตาซาบซึ้ง
"ข้าว่า เจ้าของน่าจะมีมากกว่าหนึ่ง ต้องมีผู้ช่วยแน่ ๆ
เพราะว่าฝูงของเราใหญ่ขนาดนี้ ทำคนเดียวจะไหวได้อย่างไร"
เจ้าแกะที่อยู่อีกมุมคอกตะโกนออกมา
"ข้าว่าไม่มีเจ้าของหรอก เราแค่คิดไปเอง แท้จริงแล้ว
เป็นแค่การดูแลที่เป็นระบบระเบียบ และคนที่เราคิดว่าเป็นเจ้าของ
ก็แค่หนึ่งในระบบที่มันควรจะเป็นเท่านั้น"
เจ้าแกะอายุมากกล่าวอย่างหนักแน่น
จากเสียงล่าสุด ฝูงแกะครางฮือฮาเบาในลำคอ
"มีเจ้าของหรือไม่มี มีกี่คนก็ เป็นอย่างไร ก็ช่างเถิด
มีคอกให้อยู่ มีอาหารให้กิน ก็พอแล้ว
อย่าคิดมาก หนักสมองแกะ"
เจ้าแกะวัยรุ่นกล่าวไปส่ายหน้าไปอย่างรำคาญ
เสียงไม่พอใจเบา ๆ แค่พอได้ยิน
ปกคลุมไปทั่วฝูงแกะ
แกะในคอกกระซุบกระซิบต่าง ๆ นานา
เจ้าแกะนอกคอกนอนมองท้องฟ้า
มันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเจ้าของอยู่ที่ไหน
มีกี่คน และเป็นอย่างไร
แต่มันมีความคิดเห็นอย่างหนึ่ง
มันเห็นความเชื่อในฝูงแกะ
เมื่อตัวใดตัวหนึ่งได้เชื่อข้อเสนอใดไปแล้ว
ก็จะเชื่อ เชื่อ เชื่อ
พอมีตัวอื่นเสนอสิ่งอื่นขึ้นมา
ถ้าไม่เห็นด้วยคล้อยตาม
ก็จะโวยวาย โต้เถียง
ยกเหตุผลต่าง ๆ นานา
ที่เป็นความเชื่อของตน
เจ้าแกะนอกคอกขำในใจอยู่ตัวเดียว
"โถ...เจ้าพวกแกะ
เจ้านี่ นอกจากจะโดนกักขังโดยคอกแล้ว
เจ้ายังถูกความเชื่อกักขังหัวใจอีก
เจ้ามิได้มีทางคิดไปเป็นอย่างอื่น
ที่นอกเหนือจะสิ่งที่เจ้าเชื่อได้เลย
เจ้าไม่มีทางพบสิ่งอื่น
นอกเหนือไปจากสิ่งที่เจ้าพบเจอได้เลย
พวกเจ้าถูกกักขังโดยตนเองแท้ ๆ"
เจ้าแกะนอกคอกหัวเราะอยู่ครู่หนึ่ง
ก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า
"โอ้...การที่ข้าไม่คิดตัดสิน
การที่ข้ามีวิถีที่แตกต่าง
มันก็เป็นเพราะความเชื่อแบบข้า
ความคิด และประสบการณ์ของข้าเอง
โอ้...แล้วข้าจะแตกต่างอะไรกับพวกนั้นเล่า
เพียงแต่ไม่ได้เข้ารวมกลุ่มกับใครเท่านั้น
โอ้...ข้าก็ถูกกักขังในกรงขังแห่งตัวข้าเองหรือ
โอ้... "
เจ้าแกะนอกคอกเอาหัวของมัน
เคาะพื้นเบา ๆ อย่างเหนื่อยหน่าย
เมื่อรู้ว่าตัวเองตกอยู่ใน
ข้อจำกัดบางอย่าง
มันนิ่งไปอึดใจ
และแย้มยิ้มเหยียดหยาม
"....เอาเถิด อย่างน้อย
ข้าก็รู้ตัวว่าข้าถูกขังอยู่ในความเชื่อของข้า
อย่างน้อยข้าก็รู้ว่าความเชื่อคือความเชื่อ
ไม่ใช่เชื่อว่าความเชื่อคือความจริง
อย่างเจ้าพวกในคอกละกัน
อย่างน้อย...ข้าก็เห็นกรงขังที่มองไม่เห็น"
posted on 25 Jul 2009 14:10 by simetra-violet
เจ้าแกะนอกคอก นั่งเหม่อมองธรรมชาติรอบตัว
มันนั่งพิจารณา ต้นไม้ในป่าไม่ขึ้นเป็นแนว
มันขึ้นที่ที่เมล็ดของมันตก
กิ่งไม้ พุ่มไม้ไม่เป็นระเบียบ
มันแตกกิ่งก้าน ผลิใบ
ตามทิศทางอันเอื้ออำนวย
และตามที่หัวใจปรารถนา
ไม่มีต้นไม้ต้นใด กิ่งไม้กิ่งใด พุ่มไม้พุ่มใด
ที่เหมือนกันทุกกระเบียดนิ้ว
มันต่างมีเอกลักษณ์ของมันเอง
ความไร้ระเบียบ และความไม่มีสิ่งใดเหมือนกันนี้
ได้ครอบครองหัวใจของมันไปหมดสิ้น
มันชื่นชมธรรมชาตินั้นจนพระอาทิตย์ใกล้ตก
จึงกลับไปนอนข้างคอก
ปากมันยังคงพร่ำเพ้อ
งดงามจริงหนอ สงบสุขจริงหนอ
แกะในคอกตัวหนึ่ง หันมาเตือนมันว่า
"เจ้านอกคอก เจ้าทำตัวให้เหมือนแกะตัวอื่น ๆ
เสียบ้างสิ เจ้ารู้ตัวไหม ว่าเจ้านั่นแปลกแยก
จนไม่มีใครอยากจะยุ่งกับเจ้าแล้ว"
"งั้นหรือ" เจ้าแกะนอกคอกหันมาถามกลับ
และกล่าวต่อไปว่า
"ข้ารู้ตัวเสมอมาว่าข้าไม่เหมือนแกะตัวใดเลย
แต่ข้าไม่เคยเห็นว่าความไม่เหมือนใครนี้
จะเป็นเรื่องที่เป็นประเด็นเดือดร้อน"
"เพราะอะไร" เจ้าแกะตัวนั้นถาม
"ทำไมเจ้าเดินไม่เหมือนแกะตัวอื่น"
เจ้าแกะนอกคอกถามกลับ
"ก็ขาหน้าข้างซ้ายของข้ามันเป๋น่ะสิ"
"ทำไมเจ้าตัวนั้นต้องเข้าไปนอนในกลุ่มใหญ่ทุกคืน
ไม่นอนกลุ่มนี้ ก็ไปนอนกลุ่มนั้น"
"ก็เพราะว่ามันชอบสังคม ไม่ชอบอยู่ตัวเดียว"
"แล้วเจ้าตัวนั้นทำไมชอบนอนในที่มืด ๆ คนเดียว"
"เจ้านั่นมันชอบสันโดษ ไม่ชอบสุงสิงกับใคร"
"แล้วเจ้าตัวนั้นล่ะ ทำไมชอบสั่งการเสียงดังโวยวาย"
"นั่นมันจ่าฝูง ต้องจัดการดูแลฝูงเป็นธรรมดา"
"อืม...ข้าเข้าใจแล้ว ไม่มีแกะตัวใดเหมือนกันเลยนี่เอง
ต่างก็มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง
ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าจึงไม่เห็นเรื่องของข้า
เป็นประเด็นที่ต้องการให้ใครมาแก้ไข"
"เจ้านอกคอก ตัวอื่นเขามีเอกลักษณ์ก็จริง
มีความแปลกบ้างเป็นเรื่องธรรมดา
แต่เจ้านั้น มัน 'ประหลาด' "
เจ้าแกะนอกคอกได้แต่หัวเราะเบา ๆ
และเหม่อมองออกไปยังแนวป่าเขา
เพื่อมองหาความงามอันไร้ระเบียบนั้นต่อไป
posted on 21 Jul 2009 20:29 by simetra-violet
เวลาแกะตัวอื่นออกไปหากิน
เจ้าแกะนอกคอกจะเดินตามไปห่าง ๆ
แกะตัวอื่นจะเดินตามเจ้าของ
ส่วนแกะนอกคอกจะเดินซ้ายบ้างขวาบ้าง
เลาะละเลียดละเมียดละไม
ในทุก ๆ ต้นหญ้าและดอกไม้
พบเจออะไรน่าตื่นเต้นสนใจก็หยุดดู
ที่มิได้ดูมีอย่างเดียวคือฝูงตนนั้นเดินไปถึงไหนแล้ว
ทำให้นอกจากจะขึ้นชื่อเรื่องนอกคอกแล้ว
แกะทุกตัวยังพูดถึงมันในแง่
'ผู้นอกลู่นอกทาง จนหลงทาง' เป็นประจำ
การนอกลู่นอกทางของมันนั้น
ยังผลให้พบเจอสิ่งอันตราย และขวากหนามเป็นกิจวัตร
มันเจ็บตัวทุกวัน แต่มันก็สนุกที่ได้ร่าเริงแบบไร้ขอบเขต
----------------------------------------------
วันหนึ่ง เหตุจากความนอกลู่นอกทางของมันนั้น
ได้ผลคือ มันเหยียบหนามมาเต็มเท้า
มันเจ็บปวดแสนสาหัส แต่มันไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร
แกะตัวหนึ่งเดินมาพบ จึงแนะนำว่า
"เจ้านอกคอก เจ้าไปหาเจ้าของสิ
เจ้าของนั้นทำได้ทุกอย่าง ฉะนั้นเพียงหนามตำแค่นี้
เจ้าของย่อมสามารถนำความเจ็บปวดออกจากเจ้าได้"
เจ้าแกะนอกคอกเดินสะบักสะบอมไปหาเจ้าของ
มันได้เห็นว่ามีแกะหลายตัวกำลังขอความช่วยเหลือจากเจ้าของ
บางตัวเจ็บมาก บางตัวเจ็บน้อย
บางตัวก็ไม่ได้เจ็บอะไรเลยแต่ก็ยังไปขอความช่วยเหลือ
มันจึงก้มมองเท้าตัวเอง แล้วเดินกลับ
แกะตัวอื่น ๆ เห็นมันไม่ยอมขอความช่วยเหลือจากเจ้าของ
จึงด่าว่ามันยิ่งยโส
มันไม่รู้จะพูดอะไร
แต่มันคิด 'เจ้าของมีงานมากพอแล้ว'
----------------------------------------------
เจ้าแกะนอกคอกยืนมองแกะตัวอื่นวิ่งเข้าหาเจ้าของ
อยู่ใกล้ชิดด้วยความรักและภักดี
เจ้าแกะนอกคอกมิได้เข้าไปใกล้เจ้าของเลย
มันมิได้หยิ่งยโส
แต่มันไม่รู้ว่าจะเข้าไปหาเจ้าของอย่างไร
จะทำตัวเช่นไรต่อหน้าเจ้าของ มันก็มันไม่เป็น
posted on 20 Jul 2009 11:02 by simetra-violet
แกะนอกคอก ยังคงนอนนอกคอกอยู่ที่เดิม
มันได้ยินแกะในคอกตัวหนึ่งพูดขึ้นมาว่า
"เจ้านายชื่อ ก."
แกะอีกตัวพูดว่า "ไม่ใช่...เจ้านายชื่อ ข."
แกะตัวถัดมาแย้งอีกว่า "เจ้าของชื่อ ค. ต่างหาก"
แกะหนึ่งฝูง หนึ่งเจ้าของ แต่แบ่งเป็นสามพวก
ทะเลาะกันตามความเชื่อของตนว่าเจ้าของชื่ออะไร
จนเกิดจราจลในหมู่แกะ
หลังจากแกะทุกตัวเหน็ดเหนื่อยจากการวิวาท
จึงนั่งลงพัก แต่ไม่วายขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน
แค้นเคืองฝ่ายอื่น
แกะตัวหนึ่ง นึกอะไรขึ้นมาได้
จึงหันไปปลุกเจ้าแกะนอกคอกที่หลับไม่รู้เรื่อง แล้วถามว่า
"เจ้านอกคอก เจ้ารู้หรือไม่ว่าเจ้าของชื่อว่าอะไร"
เจ้าแกะนอกคอกจึงตอบว่า
"ข้าไม่รู้...ข้ารู้แต่ว่าใครคือเจ้าของ"
----------------------------------------------
หลังจากพักเหนื่อยจากสงครามชื่อเจ้าของ
แกะหนึ่งฝูงแต่สามฝ่ายก็ลุกขึ้นตีกันอีก
ไม่มีแกะฝ่ายใดยอมให้แก่กัน
เจ้าแกะนอกคอกได้แต่เกาะรั้วมองอย่างงุนงง
พอเหนื่อย ก็หยุดอีกรอบ
หนึ่งในนั้นหันมาด่าเจ้าแกะนอกคอก
อย่างรำคาญกิริยามึน ๆ งง ๆ ของมัน
"เจ้านอกคอก เจ้านี่นอกจากนอกคอกแล้วยังโง่อีก
จะเป็นไปได้อย่างไรที่แกะจะไม่รู้ชื่อเจ้าของ"
เจ้าแกะนอกคอกตอบว่า
"ข้าเป็นแกะ...เจ้าของมิใช่แกะ
ตราบใดที่ข้ายังเป็นแกะ ข้าย่อมไม่สามารถพูดภาษาที่มิใช่ของแกะได้
ข้าจึงไม่คิดจะเรียกเจ้าของว่า ก. ข. หรือ ค.
เพราะว่านั่นคือการใช้ภาษาของแกะไปครอบคลุม
และบัญญัติสิ่งที่เหนือกว่าแกะ"
----------------------------------------------
แกะตัวอื่น ๆ ที่ได้ยิน ต่างก็หัวเราะความคิดของแกะนอกคอก
"เจ้าบ้า คิดไปได้ ทำไมเราจะรู้ชื่อเจ้าของมิได้ มันเป็นไปมิได้ดอก"
"เปล่า ข้ามิได้บ้า แต่ข้าไม่มีความรู้
และไม่รู้ว่าจะอธิบายความไม่รู้นั้นได้อย่างไร
นอกเสียจากว่าจะบอกว่าไม่รู้ ไม่เรียก ไม่ได้ตั้งชื่อ"
แกะบางตัวคิดว่าความคิดของแกะนอกคอกเข้าท่าดี
จึงถามต่ออีกว่า
"เจ้านอกคอก...เจ้าคิดเช่นนั้นเพราะว่า เจ้ามีคำตอบที่ดีกว่า
ล้ำลึกกว่าอย่างใช่หรือไม่"
เจ้าแกะนอกคอกยิ้ม และส่ายหน้า
"ข้ากล่าวแล้ว ข้าไม่รู้ ข้าจึงไม่อธิบายหรือกล่าวอะไรทั้งนั้น
เพราะว่าการทำกระทำเช่นนั้น
จะเป็นการโอ้อวดตนจนเกินไป
ข้าทำอย่างอื่นไม่ได้ นอกจากกล่าวว่า...'ข้าไม่รู้' "
พวกแกะแม้จะต่างความเห็นเรื่องชื่อเจ้าของ
แต่มีมติเอกฉันท์อย่างหนึ่งก็คือ
เจ้าแกะนอกคอกที่คิดเป็นแต่อะไรที่แปลกประหลาด
จากนั้นก็เริ่มหันไปคุยกันเอง
ประเด็นที่คุยก็มีแต่สรรเสริญเจ้าของ
ตามชื่อที่ตนเองเชื่อ
เจ้าแกะนอกคอกได้แต่ยิ้ม และไม่ได้พูดอะไรอีก
มันค่อย ๆ นอนลงข้างคอก
อย่างอิสระและโดดเดี่ยว
posted on 19 Jul 2009 14:27 by simetra-violet
คนเลี้ยงแกะ น่าจะพอใจหากแกะของเขานอนหลับอยู่ในคอกที่เตรียมไว้
จะเป็นอะไรหรือไม่หากแกะสักตัวจะนอนหน้าประตู
ไม่ยอมเข้าไปนอนในคอก
แต่มันรู้ในใจของมันดีว่า
ผู้ใดคือเจ้าของของมัน
...เจ้าของจะยังรักมันอยู่หรือไม่
-------------------------------------------
ทุก ๆ วันที่แกะตัวอื่นออกไปหากิน เจ้าแกะนอกคอกจะออกไปด้วย
แต่เพราะว่ามันไม่สามารถเข้าใจความคิดของแกะตัวอื่นได้
และไม่มีแกะตัวใดเข้าใจมัน
มันจึงออกไปหากินห่าง ๆ ฝูง
และตอนกลับ มันก็กลับมานอนข้าง ๆ คอกที่เจ้าของสร้างไว้
ในคอกจัดสรรปันส่วนอย่างลงตัว สะอาด สบาย อบอุ่น เป็นระเบียบ
และปลอดภัย
ทุกครั้งที่มันเห็นความเป็นระเบียบของฝูงและคอก
มันก็ชื่นชมยินดีเช่นเดียวกับแกะตัวอื่น ๆ
แต่มันก็ไม่เคยยอมอยู่อย่างแกะตัวอื่น
มันไม่เคยอธิบายให้แกะตัวใดฟัง
แต่มันคิด มันรู้ มันเข้าใจตัวเองว่า
'มันไม่มีสัญชาตญาณฝูง'
ข้าง ๆ คอกที่เจ้าแกะนอกคอกอยู่
ไม่มีไฟ ไม่มีอาหาร
เจ้าแกะนอกคอกทั้งหนาวทั้งหิว
แต่มันก็ไม่ยอมเข้าคอก
ทั้ง ๆ ที่ประตูคอกก็คอยเปิดรับมันเสมอ
มันหนาว มันหิว มันหวาดกลัว
แต่มันก็รู้
มันไม่สามารถอยู่ในคอกได้
'เพราะว่ามันไม่สามารถอยู่ได้ ถ้ามันไม่มีอิสระ'
posted on 02 Jul 2009 17:13 by simetra-violet
ข้อจำกัด คือ
กรอบทางศีลธรรม สังคม ศาสนา
หน้าที่ และสิ่งที่ทำให้คน ๆ หนึ่ง
ต้องคำนึงถึงเมื่อต้องกระทำสิ่งใด ๆ
เป็นสิ่งที่ทำให้มนุษย์ "ทำได้" และ "ทำไม่ได้"
เกราะ คือ
สิ่งที่ป้องกันเขา จากสิ่งอื่นและจากตัวเอง
เพื่อให้ส่วนที่เรียกว่า หัวใจ อารมณ์ ตัวตน
ของเขาอยู่ในที่ ๆ มั่นคง ปลอบภัย
เป็นสิ่งที่ทำให้มนุษย์อุ่นใจ
พื้นที่ เปรียบเสมือน
ทุ่งโล่ง ท้องทะเล สวนสวย
ของอิสรเสรีส่วนตัว
ที่ที่คนจะทำ จะคิด จะเป็น จะไป
ทำให้มนุษย์เป็นตัวของตัวเอง
เชื่อว่าสามสิ่งนี้เป็นสิ่งสามัญประจำตัวมนุษย์ทุกคน
มนุษย์ย่อมไม่หลุดจากสังคมหรือกรอบบางอย่าง
มนุษย์ย่อมต้องการอยู่ในที่ที่ปลอบภัย
มนุษย์ย่อมต้องการอิสระ
แต่เมื่อเกิดความสัมพันธ์ระหว่างคนสองรัก
แบบความรัก
บางครั้งเราต้องเข้าใจสามสิ่งนั้น
เข้าใจในข้อจำกัดที่เขาทำไม่ได้
เข้าใจในกลไลการป้องกันตัวเองของเขา
เข้าใจในพื้นที่อันอิสระของเขา
บางทีการเข้าใจในความสัมพันธ์
อาจจะตั้งอยู่บนพื้นฐานที่ว่าด้วย
"มนุษย์ทุกคน ไม่มีใครเหมือนกัน"
ไม่มีแก้ไข ไม่ตัดสิน
ไม่เปรียบเทียบ ไม่ดูแคลนเดียดฉันท์
ไม่คาดหวัง ไม่วาดฝัน
ไม่แม้จะถามหาสาเหตุว่าเป็นเพราะอะไร
แค่ "ยอมรับ" ในความต่าง
อันเป็นธรรมชาติของมนุษย์
posted on 11 Jun 2009 16:50 by simetra-violet
วันก่อน ๆ ฉันคิดถึง
ห่วงใย กระวนกระวาย
พอเธอไม่มาให้ได้อย่างใจ
ฉันก็พาลคนอื่น
วันก่อน ๆ ฉันรอ
พร่ำเพ้อ บ้าบอ
พอเธอไม่ได้อยู่ใกล้อย่างที่ต้องการ
ฉันก็พาลชะตากรรม
เมื่อวานฉันคิด
พอเถิด ความปั่นป่วน
เข้าใจเถิด อารมณ์
เข้าใจเถิด ความคิด
ใช่แล้ว ฉันคิดถึง
ใช่แล้ว ฉันห่วงใย
ใช่แล้ว ฉันกระวนกระวาย
ใช่แล้ว ฉันพร่ำเพ้อบ้าบอ
วันนี้ห้ามไม่ได้
วันนี้ยังคิดถึง
วันนี้ยังห่วงใย
แต่วันนี้ ไม่พร่ำเพ้อ
แม้ห้ามความคิดไม่ได้
แต่พอแล้วกับความปั่นป่วน
ฉันเข้าใจอารมณ์มากขึ้น
สงบลง
เมื่อความคิดห้ามไม่ได้
ฉันจึงไม่ห้าม
แต่ฉันทำความเข้าใจ
อืม .... ใช่ นี่หรือคืออารมณ์
ห้ามไม่ได้
เข้าใจแล้ว
มันเกิดขึ้น
เข้าใจแล้ว
อืม...ใช่
สิ่งนี้คืออารมณ์
posted on 05 Jun 2009 02:16 by simetra-violet
ฉันสับสน
เหนื่อยล้า
ชีวิตมันง่ายหรือ
ฉันมองขึ้นไปบนท้องฟ้า
เห็นเมฆ
ภูเขา
ไม่มีดวงดาว
ไม่มีความว่างเปล่า
แต่...ว่างเปล่า
ฉันมองลงเบื้องล่าง
ถนน รถ ผู้คน แสงไฟ
วุ่นวาย
คงเพราะแสงไฟพวกนี้
รบกวนแสงจากดวงดาว
ดวงดาวจึงหายไป
คงเพราะเสียงรถพวกนี้
รบกวนเสียงของสายลม
เสียงของสายลมจึงหายไป
แต่ฉันเชื่อ
แม้แสงไฟรบกวนสายตา
แต่ดวงดาวยังคงอยู่
แม้ตาฉันจะไม่เห็น
แต่ฉันเชื่อ
แม้เสียงรถจะรบกวน
แต่สายลมยังอยู่
เพราะฉันสัมผัสมันได้
ฉันหันหลังจากภาพเหล่านั้น
แม้จะเหนื่อยล้า
สันสบ หวั่นไหว
แต่...ฉันยังอยู่
posted on 01 Jun 2009 21:30 by simetra-violet
ทุกคนต้องการความเข้าใจ
แต่...ในเมื่อทุกคนเกิดมา
ล้วนแตกต่าง
เราจะถามหาความเข้าใจ
จากคนที่ต่างจากเรา
ได้อย่างไร
ทุกคนไม่ต้องการการถูกมองข้าม
แต่...ในเมื่อทุกคนเกิดมา
ย่อมมีข้อเสีย
จะดีหรือถ้าเราถูกจับจ้อง
ในทุก ๆ ข้อเสีย
บางครั้ง
ความเข้าใจ
ก็อาจจะหมายความแค่
เข้าใจในสิ่งที่เราเป็น
อาจจะดีในบางเรื่อง
อาจจะไม่ดีในบางเรื่อง
เพียงแค่เข้าใจ
ว่านั่นคือธรรมชาติของเรา
เมื่อความซับซ้อนของคน
ทำไมไม่มีใครสามารถเข้าใจใครได้
อย่างทะลุปรุโปร่ง
ทำไมไม่มองข้าม
สิ่ง ๆ นั้น
ถือเสียว่า
เป็นธรรมชาติของเขา
มองไม่ออก
ก็มองข้ามมันไป
เราไม่ได้มองข้ามคน
แต่เรามองข้ามบางอย่าง
ที่เราไม่สามารถเข้าใจ
เพื่อรักษาความสัมพันธ์
ความซับซ้อนของมนุษย์
ความแตกต่างของมนุษย์
อาจจะเป็นธรรมชาติของมนุษย์
ที่แยกให้มนุษย์เป็นปัจเจก
เมื่อไม่มีใครเหมือนเรา
และเราไม่เหมือนใคร
จึงต้องเข้าใจเพื่อมองข้าม
posted on 17 May 2009 16:43 by simetra-violet
เสียงหัวเราะ ตบมือ
เพียงเด็กเอ่ยปาก
คำแรกของชีวิต
พ่อแม่เปรมปลื้ม
ความมหัศจรรย์ของชีวิต
หยิบข้าวเข้าปาก
ใช้ช้อนไม่เป็น
เห็นเป็นเรื่องใหญ่
พ่อแม่ปิติ ลูกกินข้าวเอง
ความมหัศจรรย์ของชีวิต
ชื่นชมยินดี
เด็กเดินก้าวแรก
แทบฉลองทั้งบ้าน
เตาะแตะ โซเซ
ความมหัศจรรย์ของชีวิต
เด็กน้อยตื่นเต้น
เพียงได้เดินเล่น
แม่จูงชี้ชวน
นั่นนก หมา แมว ต้นไม้
ความมหัศจรรย์ของโลก
สนุกสนาน เสียงหัวเราะ
เดินเที่ยวผจญภัย
นกบินได้ ผีเสื้อสวยงาม
ผู้คนจับจ่าย เดินไปมา
ความมหัศจรรย์ของโลก
วันหนึ่งคุ้นเคย
พูด เดิน วิ่ง เห็น
ธรรมดาพื้นฐาน
เรื่องปกติทั่วไป
ไร้ความตื่นเต้น
เติบโตเรียนรู้
เรื่องราวมากมาย
น่าเสียดาย
บางเรื่องที่หายไป
เมื่อเราคุ้นเคย
ความมหัศจรรย์หายไป
น่าเสียดาย
น่าเสียใจ
บ้างหรือไม่
ทั้งที่วันก่อน
แค่พูดทั้งที่ไม่ชัด
แค่เดินทั้งที่เซซัด
แค่กินข้าวได้ทั้งที่เลอะไปถึงหู
แค่เห็นเรื่องธรรมดา
นก หมา แมลง ต้นไม้
ก็มากมายความมหัศจรรย์
ความมหัศจรรย์หายไป
หรือความสงสัยไม่มี
ความมหัศจรรย์หายไป
หรือเห็นเป็นเรื่องธรรมดา
ความมหัศจรรย์หายไป
หรือเรามองข้าม
ความมหัศจรรย์ของชีวิต
ความมหัศจรรย์ของโลก
ยังคงอยู่เสมอ
หรือว่า เราลืมเสียแล้ว
เราลืม...ความมหัศจรรย์